
 |
การดูแลรักษาบัวเมื่อเข้าฤดูหนาว |
บัวและไม้น้ำ-ไม้บกอีกหลายชนิด เมื่อเข้าฤดูหนาวจะพักการเจริญเติบโต
สลัดใบทิ้ง อาหารที่สะสมไว้จะเปลี่ยนสภาพจากน้ำตาล (รูปแบบต่างๆ) เป็นแป้งเก็บไว้ในต้น
หน่อหรือหัว เมื่อหมดฤดูหนาวเริ่มเจริญเติบโตใหม่จึงนำมาใช้
|
|
การสลัดใบของบัวทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพสมดุลในน้ำ
ตามปกติระหว่างที่บัวมีการเจริญเติบโต เต็มที่ ช่วงเวลากลางวันเมื่อใบปรุงอาหาร
จะระบายธาตุออกซิเจนลงในน้ำทำให้น้ำสดชื่น สะอาดอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความสมดุลของอากาศธาตุในน้ำ
แต่เมื่อสลัดใบทิ้งไป การปรุงอาหารและระบายธาตุออกซิเจนลดลง ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์
ที่เกิดจากการเน่าเปื่อยสลายของรากบัว การตายของพืชใต้น้ำ เช่น ตะไคร่น้ำ
สาหร่าย ฯลฯ จะเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำในภาชนะปลูกบัว น้ำในบ่อเสีย-เน่า ทำให้หน่อหรือหัวบัวเน่าตายไปด้วย |
หลักการในการดูแลรักษาในช่วงเข้าฤดูหนาวคือ ดูแลอย่าให้น้ำเสีย-เน่า
และต้นบัวเสื่อมสภาพ ได้แก่
1.
คอยเก็บซากตะไคร่-สาหร่าย-วัชพืชที่ตายในที่ปลูกทิ้ง หรือ
2.
กรณีที่ปลูกบัวในภาชนะ ถ้าเห็นน้ำเริ่มเสียก็ถ่ายน้ำ ให้มีน้ำสะอาดหล่อเลี้ยงตลอดเวลา
เพื่อไม่ให้หน่อหรือหัวบัวที่ฝังอยู่ใต้ดินเน่า (แต่ถ้าพ้นฤดูหนาว บัวเจริญเติบโตใหม่
ควรหยุดถ่ายน้ำบ่อยๆ แก้น้ำเสียโดยวิธีอื่น เช่น กันไม่ให้ใบแก่ ดอกโรย ตกค้าง-เน่าในภาชนะ
โดยเด็ดทิ้งเสียก่อน ฯลฯ)
3.
ถ้าปลูกไม่มากจะทำอย่างในต่างประเทศก็ได้ คือเก็บหน่อหรือหัวบัว (ที่สลัดใบทิ้งไปแล้ว)
ใส่ภาชนะเก็บเข้าตู้เย็น (ชั้นที่เก็บผักไม่ให้เน่า อุณหภูมิระหว่าง 5-10
องศาเซลเซียส) พ้นฤดูหนาวก็เอาออกมาปลูกใหม่

4.
บัวผันบัวเผื่อน บัวสาย และจงกลนี ถ้าอากาศหนาวเย็นมากๆ จะสร้างหัว ปรากฏการณ์ที่เกิดคือ
เมื่ออากาศเริ่มเปลี่ยน เย็นลง ถ้าต้นบัวเป็นหัวอยู่แล้วจะเริ่มสะสมอาหาร
เปลี่ยนอาหารจากน้ำตาลเป็นแป้งดังที่กล่าวข้างต้น หัวจะใหญ่ขึ้น ถ้าต้นบัวเป็นเหง้าที่สมบูรณ์มาก
ผลของการสะสมอาหาร-เปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นแป้งคือการสร้างหัวใหม่ จะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเหง้า
ความหนาวเย็นของอากาศและความสามารถของพันธุ์บัวแต่ละพันธุ์ ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้หัว-เหง้าของบัวขยายตัวพ้นดิน
การดูแลรักษาระยะนี้คือต้องตรวจและกดฝังกลับลงไปให้มิดดิน เพราะถ้าหัวหรือเหง้าลอยพ้นดินก็จะไม่แตกทั้งต้นใหม่และหัวใหม่ให้
ปลายฤดูหนาว สำรวจ เก็บตะไคร่น้ำ-สาหร่าย ณ จุดของเหง้า-ต้นที่อยู่ใต้ดินอีกครั้ง
ถ้าปลูกในภาชนะจำกัดมากๆ ใช้ด่างทับทิมละลายน้ำในภาชนะปลูกให้เป็นสีบานเย็น
ภายใน 2 วัน ตะไคร่ สารสีเขียว จะตายหมด เป็นตะกอนสีน้ำตาลตกลงก้นภาชนะและรอบๆ
ต้น ดูดออกและเก็บทิ้ง เหลือน้ำเดิมไว้ประมาณครึ่งภาชนะ เติมน้ำสะอาดใหม่
ให้เต็ม
ถ้าเหง้า-ต้นแม่ที่ปลูกอายุมากพอและอากาศในฤดูหนาว หนาวพอสมควร ผู้ปลูกน่าจะได้หัว
และ/หรือ ต้นใหม่เพิ่มขึ้น !
|
 |
เสริมลาภ วสุวัต
"ปางอุบล"
150 / 5 ซอยติวานนท์ 46 นนทบุรี 11000
โทรศัพท์ / โทรสาร (02) 591-5601 / 952-4392
18 มีนาคม 2546
|